ข้อบังคับ
สมาคมฟุตบอลกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
พ.ศ. 2550 |
ข้อบังคับของสมาคมสโมสรฟุตบอลกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย พ.ศ ๒๕๕๐
หมวดที่ ๑
ความทั่วไป
ข้อ ๑ สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมสโมสรฟุตบอลกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า BANGKOK CHRISTIAN COLLEGE FOOTBALL CLUB ASSOCIATION ย่อว่า B.C.C. F.C.A.
ข้อ ๒ เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเป็นโล่กับคบเพลิงสีม่วง มีตัวอักษร BCC สีทองอยู่ตรงกลาง มีตัวเลข 1852 สีขาว อยู่ด้านบน เหนือขึ้นไปอีกเป็นเพลิงไฟสีแดง มีลูกฟุตบอล อยู่ 2 ด้านของโล่ พร้อมดาว 5 ดวง ระหว่างดาว กับไฟ มีแสงสว่างสีเหลือง ด้านล่างมีอักษร F.C.A. ในริบบินสีฟ้า ใต้ริบบิน บรรทัดแรก มีคำว่า สมาคมสโมสรฟุตบอลกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย บรรทัดที่สองมีคำว่า BANGKOK CHRISTIAN COLLEGE FOOTBALL CLUB ASSOCIATION

รูปของเครื่องหมายสมาคม
ข้อ ๓ สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ ณ เลขที่ 143 ซอย 52 ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250
ข้อ ๔ วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ
๔.๑ สร้างชื่อเสียง เกียรติยศของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยโดยผ่านการแข่งขันกีฬาฟุตบอลในนามของสมาคม
สโมสรฟุตบอลกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
๔.๒ ผดุงสามัคคีธรรมระหว่างสมาชิก มุ่งเน้นความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก และนำศักยภาพของสมาชิกเกื้อกูลต่อการประกอบธุรกิจซึ่งกันและกัน ตลอดจนนำศักยภาพของสมาชิกเอื้อประโยชน์ ต่อศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน
เป็นเบื้องต้น และเอื้อประโยชน์ต่อสังคมเป็นส่วนรวม
๔.๓ ส่งเสริมและสนับสนุนทีมฟุตบอลรวมไปถึงนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
๔.๔ สนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมการดำเนินงานของสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยและโรงเรียน
กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
๔.๕ ส่งเสริมและอบรมกีฬาฟุตบอลในโรงเรียน และมหาวิทยาลัย และสโมสรทั่วราชอาณาจักร
๔.๖ สมัครเป็นสมาชิก สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
๔.๗ สมาคมต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
๔.๘ ต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการพนัน
หมวดที่ ๒
สมาชิก
ข้อ ๕ สมาชิกของสมาคม มี ๒ ประเภท คือ
๕.๑ สมาชิกสามัญ ได้แก่ผู้ที่เคยขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยและบรรลุนิติ
ภาวะแล้ว และผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นอาจารย์ ในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย อย่างน้อย ๑ ปี โดยได้ชำระ
ค่าลงทะเบียนสมาชิกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
๕.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ผู้ทรงเกียรติคุณ ผู้ทรงคุณวุฒิ และ ผู้มีอุปการคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการเชิญเป็น
สมาชิกของสมาคม โดยคณะกรรมการ เห็นชอบให้เชิญเป็นสมาชิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของ
คณะกรรมการ ที่มาประชุม
ข้อ ๖ สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
๖.๑ เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
๖.๒ เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
๖.๓ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
๖.๔ ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว
จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น
ข้อ ๗ ค่าบำรุงสมาคม
๗.๑ สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าบำรุงเป็นรายปีๆละ ๑,๐๐๐ บาท
๗.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น
ข้อ ๘ การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคม
ต่อเลขานุการโดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย ๑ คนและให้เลขานุการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของ
สมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน เพื่อให้สมาชิกอื่นๆของสมาคมได้คัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้ว
ก็ให้เลขานุการนำใบสมัครและหนังสือคัดค้านของสมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติว่า
จะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นประการใด ให้
เลขานุการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว
ข้อ ๙ ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม
ให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการ และสมาชิกภาพของผู้สมัครนั้น ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัคร
ได้ชำระค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าบำรุงภายในกำหนดก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้น
เป็นอันยกเลิก
ข้อ ๑๐ สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้
เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมได้มาถึงยังสมาคม
ข้อ ๑๑ สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้
๑๑.๑ ตาย
๑๑.๒ ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการและคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้
นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย
๑๑.๓ ขาดคุณสมบัติสมาชิก
๑๑.๔ ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะสมาชิกผู้นั้นได้
ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม
ข้อ ๑๒ สิทธิ และ หน้าที่ของสมาชิก
๑๒.๑ ประดับเครื่องหมายของสมาคมได้ทุกโอกาส
๑๒.๒ มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
๑๒.๓ มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการเป็นลายลักษณ์อักษร
๑๒.๔ มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
๑๒.๕ สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้งหรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมีสิทธิออกเสียง
ลงมติต่างๆในที่ประชุมได้คนละ ๑ คะแนนเสียงอย่างเท่าเทียมกัน
๑๒.๖ มีสิทธิร้องต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
๑๒.๗ มีสิทธิเข้าร่วมกันอย่างน้อย ๑ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
๑๒.๘ มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
๑๒.๙ มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
๑๒.๑๐ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆของสมาคม
๑๒.๑๑ มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
๑๒.๑๒ มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
๑๒.๑๓ สมาชิกผู้หนึ่งผู้ใดจะดำเนินการตั้งสมาคม ที่มีกิจกรรมที่ต้องเกี่ยวข้องกันกับสมาคมสโมสรฟุตบอลกรุงเทพ
คริสเตียนวิทยาลัย ต้องได้รับคำยินยอม และรับรองจากสมาคมก่อน จึงจะดำเนินการได้ และไม่ว่ากรณีใด ๆ
ห้ามมิให้สมาชิกผู้หนึ่งผู้ใด ใช้ชื่อสมาคมเพื่อประโยชน์ส่วนตัวเป็นอันขาด
หมวดที่ ๓
การดำเนินกิจการของสมาคม
ข้อ ๑๓ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมมีจำนวนอย่างน้อย ๕ คนอย่างมากไม่เกิน ๒๑ คน
คณะกรรมการนี้ต้องเป็นสมาชิกสามัญที่ได้รับการแต่งตั้งโดยนายกสมาคม นายกสมาคมจะถูกรับเลือกจากสมาชิก
สามัญ โดยการเสนอชื่อจากสมาชิกและมีสมาชิกรับรองอย่างน้อย ๒ คน เมื่อมีผู้รับรองเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ให้สมาชิก
ลงคะแนนเสียงอย่างเปิดเผย ผู้ที่ได้รับเลือกคะแนนสูงสุดจะได้เป็นนายกสมาคม ๑ นาย สำหรับตำแหน่งกรรมการใน
ตำแหน่งอื่นๆให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้ง กรรมการที่เหลือ ส่วนประธานกรรมการกิตติมศักดิ์จำนวนอีก ๒ ท่าน ให้
เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ๑ ท่าน และนายกสมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย อีก ๑
ท่าน ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้
๑๓.๑ นายกสมาคมทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคมเป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับ
บุคคลภายนอกและทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและการประชุมใหญ่ของสมาคม
๑๓.๒ อุปนายกทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการของสมาคมปฏิบัติตามหน้าที่ที่นายก
สมาคมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่
สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคมให้อุปนากตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำแทน
๑๓.๓ ผู้จัดการทีมฟุตบอลมีหน้าที่บริหารจัดการทีมฟุตบอล แต่งตั้ง ผู้ช่วยผู้จัดการทีม ผู้ฝึกสอน ผู้ช่วยผู้
ฝึกสอน คัดเลือกนักฟุตบอล หรือตำแหน่งอื่นโดยการปรึกษาจากคณะกรรมการ
๑๓.๔ เลขานุการทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการ
ปฏิบัติกิจการของสมาคมและปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆของสมาคม
๑๓.๕ บัญชีมีหน้าที่ตรวจสอบการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย บัญชีงบดุล
ของสมาคมและเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ
๑๓.๖ เหรัญญิกมีหน้าที่รับผิดชอบการเบิกจ่ายเงินของสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับและระเบียบแบบ
แผนว่าด้วยการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงินและการเก็บรักษาสมุดสั่งจ่ายเงิน
๑๓.๗ ปฏิคมมีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคม
และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆของสมาคม ประสานงาน สนับสนุนติดต่อหาผู้มีอุปการคุณเพื่อบำรุงสมาคม
๑๓.๘ กองเชียร์สัมพันธ์มีหน้าที่ จัดทำกองเชียร์เวลาทีมฟุตบอลทำการแข่งขัน จัดหาธงและอุปกรณ์เชียร์ต่างๆ
รวมทั้งควบคุมดูแลการเชียร์ให้สุภาพ ตลอดจนการส่งเสริมให้เกิดความมุ่งมั่นและความสามัคคีในการเชียร์และการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน
๑๓.๙ จัดการสนามแข่งขัน มีหน้าที่จัดเตรียมสนามแข่งขัน สนามซ้อมให้มีสภาพพร้อมใช้งาน ๑๓.๖ สมาชิกสัมพันธ์ มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงิน ค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
๑๓.๑๐ สวัสดิการมีหน้าที่จัดการเรื่อง ชุดแข่งขัน อาหาร เครื่องดื่ม การทำประกัน ยา และอื่นๆ ที่อำนวย
ความสะดวกและเป็นประโยชน์ต่อสมาคมและทีมฟุตบอล๑๓.๗ ประชาสัมพันธ์มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิกและบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
๑๓.๑๑ ข้อมูลและสถิติมีหน้าที่จัดเก็บข้อมูลการแข่งขันและข้อมูลนักฟุตบอล
๑๓.๑๒ กรรมการตำแหน่งอื่นๆตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้น โดยมีจำนวนเมื่อรวม
กับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง
ข้อ ๑๔ คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ๒ ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนด
วาระแล้ว แต่คณะกรรมการใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตาม
วาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่
เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จ
สิ้นภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ
ข้อ ๑๕ ตำแหน่งกรรมการสมาคมถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้นายกสมาคมแต่งตั้งสมาชิกคนใดคนหนึ่งที่
เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่าวาระของผู้ที่ตน
แทนเท่านั้น
ข้อ ๑๖ คณะกรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้คือ
๑๖.๑ ตาย
๑๖.๒ ลาออก
๑๖.๓ ขาดจากสมาชิกภาพ
๑๖.๔ ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง
ข้อ ๑๗ กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการมีมติให้ออก
ข้อ ๑๘ อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
๑๘.๑ มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆเพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติโดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
๑๘.๒ มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
๑๘.๓ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่
ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
๑๘.๔ มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมใหญ่วิสามัญ
๑๘.๕ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆที่ยังไม่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
๑๘.๖ มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคมเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้
๑๘.๗ มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
๑๘.๘ มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวน ๑ ใน ๓ ของสมาชิกทั้งหมด ได้เข้าชื่อร้อง
ขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ
๑๘.๙ มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
๑๘.๑๐ จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆของสมาคมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
๑๘.๑๑ มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
ข้อ ๑๙ คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง โดยให้จัดขึ้นภายในวันที่ ๒๐ ของทุกๆเดือน ทั้งนี้เพื่อ
ปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม
ข้อ ๒๐ การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะถือว่าครบ
องค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็น
เกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ ๒๑ ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรอไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็
ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในหารประชุมคราวนั้น
หมวดที่ ๔
การประชุมใหญ่
ข้อ ๒๒ การประชุมใหญ่ของสมาคมมี ๒ ชนิด
๒๕.๑ การประชุมใหญ่สามัญ
๒๕.๑ การประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อ ๒๓ คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆละ ๑ ครั้ง ภายในเดือน พฤศจิกายนของทุกๆปี
ข้อ ๒๔ การประชุมใหญ่วิสามัญอาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วม
กันของสมาชิกไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น
ข้อ ๒๕ การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบและการแจ้งจะต้อง
แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรโดยระบุวันเวลาและสถานที่ให้ชัดเจนโดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗
วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๗ วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่
ข้อ ๒๖ การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
๒๖.๑ แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
๒๖.๒ แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
๒๖.๓ เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ
๒๖.๔ เรื่องอื่นๆถ้ามี
ข้อ ๒๗ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า
ครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุม ยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมไม่
ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการของสมาคม เรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน ๑๔ วัน
นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใด ก็
ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิก ก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ให้
ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก
ข้อ ๒๘ การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้า
คะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ ๒๙ ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุมหรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่
ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม
คราวนั้น
หมวดที่ ๕
การเงินและทรัพย์สิน
ข้อ ๓๐ การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคม ถ้ามีให้นำฝากไว้ใน
ธนาคารไทยพาณิชย์สาขาสยามพารากอน
ข้อ ๓๑ การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม หรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิก และ/หรือเลขานุการ และ/หรือ
บัญชีพร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้
ข้อ ๓๒ ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน)
ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ และคณะกรรมการจะอนุมัติให้อนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน
๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม
ข้อ ๓๓ ให้เหรัญญิก มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท( หนึ่งหมื่นบาท) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้จะต้อง
นำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้
ข้อ ๓๔ บัญชี จะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้ง จะ
ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง
ข้อ ๓๕ ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชี ที่ได้รับอนุญาต
ข้อ ๓๖ ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถจะเชิญ
กรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถาม เกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้
ข้อ ๓๗ คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ
หมวดที่ ๖
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม
ข้อ ๓๘ ข้อบังคับสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญ
เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไข
ข้อบังคับจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
ข้อ ๓๙ การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของ
ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และ
องค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด
ข้อ ๔๐ เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆก็ตามทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ให้ตกเป็นของ มูลนิธิสายใจไทย
หมวดที่ ๗
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๔๘ ข้อบังคับฉบับนี้นั้น ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป
ข้อ ๔๘ เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มก่อการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ
และสมาชิกภาพของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียนเป็นต้นไป
(ลงชื่อ).................................................ผู้จัดทำข้อบังคับ
(นายกฤติเดช ชัยสิงหาญ)